9 มีนาคม 2562 จังหวัดอุทัยธานี สถานการณ์อ่างเก็บน้ำกรมชลประทานวิกฤต น้ำในอ่างเก็บน้ำหลักทั้ง 2 แห่ง และแหล่งน้ำต่างๆ ของกรมชลประทานที่จังหวัดอุทัยธานี มีปริมาณน้ำเหลือเพียงร้อยละ 19 ต้องใช้น้ำอย่างประหยัด และไม่สามารถที่จะนำน้ำไปช่วยภาคการเกษตร ต้องเก็บไว้เพื่อการอุปโภค – บริโภคเท่านั้น

ที่มา: http://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG190309111442486

ผู้อำนวยการโครงการชลประทานอุทัยธานี เปิดเผยว่าแม้ว่าจะเพิ่งย่างเข้าสู่ฤดูแล้งก็ตาม ซึ่งที่ผ่านในช่วงฤดูฝนเกิดฝนทิ้งช่วงไม่มีฝนตกลงมาเติมน้ำในอ่างเก็บน้ำทับเสลา  ตำบลระบำ อำเภอลานสัก และอ่างเก็บน้ำห้วยขุนแก้ว ตำบลทองหลาง อำเภอห้วยคต ซึ่งเป็นแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ และขนาดกลาง ของกรมชลประทานในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี รวมถึงแหล่งกักเก็บน้ำอื่นๆเช่นกัน และในภาพรวมปริมาณน้ำที่มีอยู่เหลือเพียงร้อยละ 19  ซึ่งถือว่ามีปริมาณน้อยเข้าสู่ขั้นวิกฤตสำหรับอ่างเก็บน้ำทับเสลา ตำบลระบำ อำเภอลานสัก สามารถกักเก็บน้ำได้ 160 ล้านลูกบาศก์เมตร ล่าสุดวันนี้มีปริมาณน้ำเหลือเพียง 39.64 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 24.77 ปริมาณใช้การได้ 22.64 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 15.83 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านในวันเดียวกัน มีปริมาณน้ำกักเก็บ 93.12 ลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 58.20 ซึ่งในปีนี้มีปริมาณน้ำกักเก็บน้อยกว่าปีที่ผ่านมามากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอ่างเก็บน้ำห้วยขุนแก้ว ตำบลทองหลาง อำเภอห้วยคต ล่าสุดวันนี้ ล่าสุดวันนี้มีปริมาณน้ำเหลือเพียง 9.98 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 22.99 ปริมาณใช้การได้ 7.81 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 18.93 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านในวันเดียวกัน มีปริมาณน้ำกักเก็บ 22.36 ลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 51.50 มีปริมาณน้ำกักเก็บน้อยกว่าปีที่ผ่านมามากกว่าร้อยละ 50  เช่นกัน ดังนั้นมีความจำเป็นต้องสงวนปริมาณน้ำดังกล่าวไว้เพื่อการอุปโภค บริโภค รวมถึงกักเก็บไว้เพื่อรักษาความมั่นคงแข็งแรงของอ่างเก็บน้ำ และรักษาระบบนิเวศเท่านั้น โดยจะไม่มีการปล่อยน้ำไปช่วยภาคการเกษตรอีกแล้ว เนื่องจากได้มีการประกาศเตือนไปโดยเฉพาะเกษตรกรที่จะทำนาปรัง ที่จะต้องรับผิดชอบตนเอง หากได้รับความเสียหาย จะไม่ได้รับการชดเชยใดๆทั้งสิ้น